|
|

|
บทสัมภาษณ์ คุณทรงศักดิ์ วงศ์ภูมิวัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
|
ประเด็น : มุมมองของคุณทรงศักดิ์ ต่อแนวคิดกระบวนการกำหนดนโยบายด้านเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทยหรือวาระแห่งชาติเกษตรอินทรีย์ของภาครัฐ
ในช่วงที่ผ่านมา ?
ในประเด็นของการก่อเกิดวาระแห่งชาติเกษตรอินทรีย์ (National Agenda) ของประเทศไทยนั้น
คุณทรงศักดิ์
ในฐานะอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ที่มีภารกิจดูแลรับผิดชอบการส่งเสริมการเกษตรของเกษตรกรทั่วทั้งประเทศ
ระบุว่าการกำหนดนโยบายเกษตรอินทรีย์นั้น เป็นการสนธิกันของ 3 ประเด็นหลักด้วยกัน คือ
ประเด็นแรก
มีการนำความรู้ด้านเทคโนโลยีชีวภาพ / จุลินทรีย์ มาเผยแพร่และนำมาใช้กับการผลิตทางการเกษตรโดยแพร่หลาย
การนำมาใช้ดังกล่าว ได้มาทดแทนเรื่องของการใช้สารเคมี
ปุ๋ยเคมี ที่ใช้ในการเพิ่มผลผลิต ที่มีมาอย่างต่อเนื่องอันเนื่องจากการปฏิวัติเขียว
(Green
Revolution) จนทำให้เกิดการเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อม
ทั้งดิน น้ำ ป่า ฯลฯ อย่างที่ทุกคนทราบกันดี
นอกจากนั้น
กระแสการตื่นตัวด้านสุขภาพของภาคประชาชนที่ตระหนักต่อสุขภาพของตนเองและครอบครัว
จากการบริโภคอาหารที่มีสารพิษตกค้าง การเจ็บป่วยเนื่องมาจากสารเคมีต่างๆ รวมถึงมีการขับเคลื่อนขององค์กรพัฒนาเอกชน ที่ให้ความสนใจในการผลิตเกษตรแบบปลอดภัย
จนทำให้เกิดการยอมรับกับระบบการผลิตเกษตรอินทรีย์ ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคในวงกว้าง
สำหรับประเด็นที่สาม
คือการขับเคลื่อนเชิงนโยบายสาธารณะจากพรรคการเมืองและรัฐบาล ที่เห็นสอดคล้องกับภาครัฐ
ในการให้ความสำคัญกับนโยบายเกษตรอินทรีย์ โดยให้การสนับสนุนการประกาศวาระแห่งชาติ
และสนับสนุนกลไกการขับเคลื่อนผ่านทางมติคณะรัฐมนตรี
เพื่อให้เกิดการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งสามกระแสนี้
คุณทรงศักดิ์
ยืนยันว่า เป็นปัจจัยหลักที่เกิดในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
หนุนเสริมซึ่งกันและกันทำให้มีการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติเกษตรอินทรีย์ขึ้นในประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา
ประเด็น : ทิศทางของนโยบายที่เกี่ยวข้องเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทยในอนาคต
ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 ?
คุณทรงศักดิ์
ได้ระบุถึงทิศทางนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตรในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบับที่ 10 ว่าจะให้ความสำคัญกับเกษตรอินทรีย์ผ่านมิติของการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารที่ปลอดภัย
( Food Safety) โดยที่มีลักษณะการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม
โดยมีมุมมองของนโยบายเกษตรอินทรีย์ที่หลากหลายมุม ดังนี้
มองเกษตรอินทรีย์เป็นผลผลิต
(Products) สำหรับตลาดเฉพาะ
(Niche Market) ที่มีความต้องการสูงจากผู้บริโภคทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
มองเกษตรอินทรีย์เป็นการบริการ (Service) ตามพันธกิจของกรมส่งเสริมการเกษตร
ที่มุ่งเน้นให้เกษตรกรในประเทศมีความปลอดภัย พึ่งตนเองได้
มองเกษตรอินทรีย์เป็นการพัฒนามาตรฐานการผลิต
ที่ยกระดับการพัฒนาจากเกษตรแบบเคมี (Agriculture Chemical) ให้เป็นเกษตรที่ใช้มาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practice) และมีการพัฒนาสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (Organic Agriculture)
|