บทสัมภาษณ์ คุณเบญจรัตน์  อนันตพงษ์สุข
ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน กรมพัฒนาที่ดิน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

ประเด็น :  มุมมองของคุณเบญจรัตน์ ต่อแนวคิดกระบวนการกำหนดนโยบายด้านเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทย หรือวาระแห่งชาติเกษตรอินทรีย์ของภาครัฐ ในช่วงที่ผ่านมา ? 

                การเกิดวาระแห่งชาติ (National Agenda) เกษตรอินทรีย์ ของประเทศไทย ตามประเด็นคำถามนั้น คุณเบญจรัตน์ อนันต์พงษ์สุข  ในฐานะฝ่ายเลขานุการของการขับเคลื่อนนโนบายวาระแห่งชาติเกษตรอินทรีย์ ที่ผ่านมา ได้ให้ข้อมูลการเกิดนโยบายดังกล่าวจาก  4 ประเด็นด้วยกัน

ประเด็นแรกนโยบายภาครัฐ “ครัวไทยสู่ครัวโลก” ที่ให้ความสนใจกับภาคการเกษตรในการแข่งขันเพื่อศักยภาพการผลิต โดยเน้นการนำจุดเด่นของประเทศคือด้านความอุดมสมบูรณ์ทางการเกษตรเป็นจุดขาย

ประเด็นที่สองคือ การเกิดกระแสตื่นตัวด้านสุขภาพของผู้ผลิต ผู้บริโภค ที่เกิดจากการปนเปื้อนสารพิษจากการเกษตร ที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว

ประเด็นที่สาม ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ถูกทำลาย และต้องการฟื้นฟูระบบนิเวศ  โดยลดการใช้สารเคมี และเพิ่มเรื่องของการใช้จุลินทรีย์ทดแทน และ

                ประเด็นสุดท้ายที่มีส่วนกำหนดนโยบายเกษตรอินทรีย์ คือ กระแสการตอบรับของภาคประชาชน และองค์กรพัฒนาเอกชน ที่เคลื่อนไหวและดำเนินกิจกรรมทั้งประเทศในการผลิตเกษตรอินทรีย์ ทั้งเกษตรกรราย่อย เครือข่ายและบริษัท ฯลฯ

ประเด็น : ทิศทางของนโยบายที่เกี่ยวข้องเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทยในอนาคต ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10  ?

                นโยบายเกษตรอินทรีย์ของกรมพัฒนาที่ดิน ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10  นั้น  คุณเบญจรัตน์ ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า กรมพัฒนาที่ดินให้ความสำคัญของเกษตรอินทรีย์ และวางทิศทางนโยบายไว้ดังนี้

                1.  เป็นนโยบายที่กำหนดวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับจุลินทรีย์ เพื่อการฟื้นฟูสภาพดิน โดยใช้วัสดุท้องถิ่นเป็นหลักเพื่อการผลิตเกษตรอินทรีย์

                2. เป็นนโยบายที่เน้นเกษตรกรรายย่อย การผลิตเกษตรอินทรีย์เพื่อการพึ่งพาตนเองตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลัก 

                3. เป็นนโยบายที่ดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์เกษตรอินทรีย์ทั้ง 5 แผน โดยใช้กลยุทธ์เกษตรกรแกนนำที่อยู่ในหมู่บ้านดำเนินการเป็นกลุ่ม 

               โดยที่ทิศทางของนโยบายทั้ง 3 เรื่องนี้ คุณเบญจรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ก็คือการเดินตามแผนยุทธศาสตร์เกษตรอินทรีย์ในวาระแห่งชาตินั่นเอง ถึงแม้ว่าน่วยงานหรือองค์กรอื่นจะมีการปรับจุดเน้น หรือยุติการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ไปบ้างแล้ว  แต่กรมพัฒนาที่ดินก็ยังคงยืนยันการดำเนินงานเช่นเดิม โดยใช้จุดเด่นของกรมฯ คือเรื่องขององค์ความรู้และนวัตกรรมด้านจุลินทรีย์ที่มีอยู่ เป็นแกนกลางการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง

ประเด็น :
รูปแบบการบริหารจัดการเกษตรอินทรีย์ที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย ควรเป็นเช่นไร ระหว่าง แนวทางการผลิตเพื่อการพึ่งตนเอง  กับแนวทางการพัฒนาศักยภาพเพื่อการแข่งขันสินค้าเกษตรอินทรีย์สู่การเป็นครัวของโลก ?

                สำหรับประเด็นคำถามนี้  คุณเบญจรัตน์ตอบว่า คงต้องมีทั้ง 2 ระบบควบคู่กันไป เพราะเป้าหมายของกลุ่มแตกต่างกัน กล่าวคือ มาตรฐานเพื่อการส่งออกที่เป็นผลผลิตเกษตรอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์  กับมาตรฐานท้องถิ่น ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินมีจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาแบบมาตรฐานท้องถิ่น (อาหารปลอดภัย) แล้วค่อยพัฒนาสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์  บนเงื่อนไขที่เกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกรมีความพร้อม 

                สำหรับปัจจัยทางการบริหารจัดการเกษตรอินทรีย์ที่สำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนนโยบาย คือเรื่องการให้ความสำคัญและการยอมรับของฝ่ายบริหารในองค์การและระหว่างองค์การ เพื่อการทำงานร่วมกันเป็นเครือข่าย โดยเฉพาะการสนับสนุนทรัพยากรบริหาร รวมทั้งการมีกลยุทธ์ที่เป็นเชิงรุกและมีการติดตามงานที่เป็นรูปธรรมและมีการบูรณาการแผนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ น่าเป็นปัจจัยการบริหารที่สำคัญที่สุดของนโยบายเกษตรอินทรีย์  คุณเบญจรัตน์กล่าวทิ้งท้ายของการสัมภาษณ์ในครั้งนี้.

เจษฎา มิ่งฉาย: สัมภาษณ์ / เรียบเรียง
สำนักเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน กรมพัฒนาที่ดิน กรุงเทพฯ

24
สิงหาคม 2550 

back