|
ระหว่างวันที่ 9-11 มกราคม 2552 ที่ผ่านมานี้ ผมได้มีโอกาสไปร่วมกิจกรรมค่ายอาสาฯ ที่บ้านน้ำหมีน้อย อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ กับนักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์ โดยมีพันธมิตรแสนดีร่วมค่ายจากคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ โดยมีกิจกรรมการสร้างฝายชะลอน้ำ กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ กิจกรรมการฝึกอบรม ฯลฯ การจัดค่ายอาสาฯ ที่บ้านน้ำหมีน้อยครั้งนี้ ดำเนินการมาเป็นครั้งที่ 2 แล้วครับ เพราะเหตุที่ว่าปีที่แล้วทางคณะเกษตรศาสตร์ได้มาออกค่ายอาสาฯ และมาสร้างฝายไว้ 3 อัน (ตัว) ในปีนี้จึงมาทำการซ่อมแซมฝายอันเดิม และสร้างฝายชะลอน้ำขึ้นใหม่ในต้นน้ำบนภูเขา ปลูกหญ้าแฝก (ได้รับความอนุเคราะห์จากสถานีพัฒนาที่ดินอุตรดิตถ์) ด้วยความร่วมมือร่วมใจของผู้นำท้องถิ่นและชาวบ้านอย่างมากมาย ทั้งการลงมือลงแรง การหุงหาอาหารเลี้ยงพวกเราในบริเวณฝาย ซึ่งหาดูได้ยากครับในปัจจุบันนี้ ทางคณะเกษตรศาสตร์จึงต้องการปลูกฝังวิถีชุมชนที่ดีๆ เช่นนี้ ให้กับนักศึกษาของเรา (ที่มีสไตล์เกาหลีจ๋า) ให้รู้และเข้าใจถึงความรับผิดชอบต่อสังคม การเคารพวิถีชีวิต การใช้ชีวิตที่มีคุณค่า และอื่นๆ อีกมากมาย..แม้กระทั่งตัวผมเองก็ลืมเลือนวิถีชีวิตเช่นนี้เหมือนกัน มาทำกิจกรรมเช่นนี้เสมือนหนึ่งว่ามาชาร์ตแบตเตอรี่ มาเติมพลังของการทำงานให้กับชุมชนอีกครั้ง มีความสุขมากๆ ครับ
 |

|
กิจกรรมนอกเหนือจากการทำฝายแล้ว ในตอนเย็นและกลางคืน สโมสรนักศึกษาทั้ง 3 คณะก็ร่วมกันจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติให้กับเยาวชนบ้านน้ำหมีน้อย สนุกมากครับ เห็นเด็กๆ มีกิจกรรมที่สร้างสรรค์แล้ว มีความอิ่มเอิบใจจริงๆ เด็กๆที่นี่ไม่ขาดแคลนมากนัก แต่ก็ไม่ได้ทันสมัยอะไร เมื่อมาทำกิจกรรมร่วมกับพี่นักศึกษาที่วัยไม่ห่างกันมากนัก ทำให้เขารู้จักโลกของเด็กมหาวิทยาลัย กิจกรรม เกมส์ต่างๆ สร้างสีสันมาก ละครสั้นๆ ดนตรี กีต้าร์ เสียงกลอง สร้างจินตนาการสุดๆ เลย จนผู้ใหญ่อย่างผมและผู้ปกครองอยากมาเล่นกิจกรรมด้วยจริงๆ นอกจากนั้น "ของขวัญ" จะเป็นอะไรๆ ที่เด็กๆ ทุกยุคทุกสมัยอยากได้ โดยเฉพาะในวันเด็กแห่งชาติ ทางคณะฯ และสโมสรนักศึกษา ต่างก็จัดหามา จัดซื้อบ้าง ขอบ้าง บริจาคมาบ้าง เล็กบ้าง ใหญ่บ้างตามศรัทธา "เด็กบ้านน้ำหมีน้อยทุกคนควรต้องได้" เป็น Concept ที่เราบอกกับประธานสโมสรคณะเกษตรศาสตร์ (เจ้านก) ไว้ แล้วเราก็ทำได้ครับ ฉลากรายชื่อเด็กในกล่องหมดเกลี้ยงทุกใบ หมายความว่าเด็กมากกว่า 50 คน ได้ของขวัญกันทั้งหมด ไม่รวมถึงสมุด ดินสอ ขนมกรุบกรอบ (ที่เขาห้ามกิน) ที่ได้กันทั่วหน้า ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ท่ามกลางรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ บนความหนาวกว่า 10 องศาฯ ที่น้ำหมีน้อย...
|

|

|
วันรุ่งขึ้น พวกเราแบ่งกลุ่มทำกิจกรรมปลูกต้นไม้ (ได้รับความอนุเคราะห์จากสถานีเพาะชำกล้าไม้แม่เฉย) ปล่อยปลาตะเพียน 9,999 ตัว (ได้รับความอนุเคราะห์จากท่าน ผู้อำนวยการ และอาจารย์ปอย จากศูนยวิจัยและทดสอบพันธุ์สัตว์น้ำอุตรดิตถ์) การทำความสะอาดศาลาวัดและบริเวณโดยรอบวัด ที่พวกเรามานอนกัน 2 คืน โดยเช้านี้ได้พันธมิตรตัวน้อยๆ ที่ดูเหมือนยังติดใจพวกพี่ๆ มาร่วมกันทำกิจกรรมเต็มไปหมด ขณะที่บนศาลาวัด อาจารย์วิภา อาจารย์นุ้ย อาจารย์ฟุ้ง และนักศึกษา Food Science ปี 4 ได้เปิดบริการวิชาการ การทำเยลลี่กัมมีจากสับปะรดให้กับกลุ่มแม่บ้าน ซึ่งได้รับความสนใจมาก ถามไปถามมาผมจึงทราบว่ากรรมวิธีของการแปรรูปผลิตภัณฑ์ตัวนี้ มาจากผลการวิจัยปัญหาพิเศษของนักศึกษา 2 รุ่น จนได้มาซึ่งความรู้ที่สามารถถ่ายทอดได้ ยอดเยี่ยมครับ
ส่วนลานวัดใต้ต้นโพธิ์ อาจารย์ตุ๊ย และนักศึกษาสาขาออกแบบผลิตภัณฑ์ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ก็เปิดคอร์สสอนการทำศิลปะบนขวดด้วยวัสดุง่ายๆ แต่สวยงามครับ เรียกว่า classic ดีกว่า โอโห..เด็กเล็กเด็กน้อยมาขออบรมกันล้นหลาม...น่าชื่นใจ ใกล้ๆ เพล ก็มีการถวายเพลพระสงฆ์ 3 รูป และถวายสังฆทาน และมีการมอบสิ่งของให้กับพ่อผู้ใหญ่สายัณห์ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์กีฬา หนังสือ หลอดไฟฟ้า ฯลฯ อ้อ..มีข้าวสารอีกกระสอบครึ่งด้วย ไว้สำหรับใช้ประโยชน์ในหมู่บ้าน ซึ่งหวังว่าปีหน้าพวกเราจะกลับมา (กิน) อีกครั้ง
สุดท้าย..งานนี้ อาจารย์นันทา และนักศึกษา food science คงได้รับการปรบมือให้ เพราะอาหารอร่อยๆ มาจากฝีมือท่าน เหนื่อยมากครับ หุงหาอาหารให้คนประมาณ 200 คนกิน 6 มื้อ ไม่ธรรมดาจริงๆ.... ยอดๆๆๆ ขอบคุณอาจารย์ตุ๊ก อาจารย์หญิง จากคณะมนุษยศาสตร์ฯ ที่นำทีมเด็กๆ มาร่วมค่ายอาสา ทั้งเด็กไทยที่พูดไทยไม่ชัด และเด็กจีนที่พูดไทยชัดแจ๋ว มาเรียนรู้ร่วมกันอย่างทรหด ขอบคุณ อาจารย์แจน อาจารย์อดุลย์ อาจารย์กระป๋อง ที่เป็นขาลุยค่ายอาสากันทุกคราว ส่วนที่ขาดไม่ได้คืออาจารย์พัฒนา และอาจารย์อ้อ แม่งานหลักของค่ายครั้งนี้...ยกหัวแม่โป้งให้เลย ถึงแม้ว่าอาจารย์อ้อ..จะโดนผีหลอกในคืนแรกบ้าง ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาและเป็นเรื่องเล่าชาวค่ายน้ำหมีน้อยแล้วกัน..บรื๋อส์ คณบดีทั้ง 3 ท่านก็คงเป็นกำลังหลักให้พวกเราชาวค่ายอาสา ฯ ได้ปรึกษาเสมอ...กำลังสำคัญอีกหน่วยใหญ่ คือ หน่วยกองทัพหน้า ป๋าพล ป๋าไพ ป๋าเริญ ป๋าชุม ป๋ารุ่ง ป๋านัท ป๋ารัน น้าไก่ พี่เบียร์ พี่นุ๊ก และนักศึกษาทุกๆ คนที่เป็นชาวค่าย ขอบคุณครับ "สำนึกดีไม่มีขาย อยากได้ต้องร่วมสร้าง"
|